ทำไมเข็มนาฬิกาต้องหมุนทิศนี้ และใครเป็นคนกำหนดมาตรฐานตั้งแต่แรก
ลองมองนาฬิกาบนผนังแล้วนึกภาพว่า ถ้าวันหนึ่งเข็มทั้งหมดเริ่มหมุนย้อนอีกทาง จะเกิดอะไรขึ้น?
กลไกนาฬิกายังบอกเวลาได้เหมือนเดิม ตัวเลขก็ยังมี 12 ตัวเหมือนเดิม เพียงแค่ต้องเรียงใหม่หรือฝึกสมองให้อ่านมันใหม่เท่านั้น เพราะในทางวิศวกรรมไม่มีข้อบังคับอะไรเลยว่าเข็มนาฬิกาต้องหมุนจาก 12 ไป 1 ไป 2 ไป 3 แบบที่คุ้นเคย
ก่อนอื่นมีจุดเล็กๆ ที่มักพูดสลับกันอยู่บ่อย นั่นคือเวลามองหน้าปัดตรงๆ เข็มที่เริ่มจากเลข 12 จะเคลื่อนไปทางขวาหาเลข 1, 2 และ 3 ก่อน จึงเป็นการเคลื่อนจากซ้ายไปขวาบริเวณด้านบนของหน้าปัด ไม่ใช่ขวาไปซ้าย ส่วนคำว่า “ตามเข็มนาฬิกา” เกิดขึ้นภายหลัง เมื่อทิศนี้กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว
แล้วใครเป็นคนเลือก?
คำตอบที่น่าสนใจคือ ไม่มีหลักฐานว่ามีคนคนเดียวลุกขึ้นมาประกาศว่า นาฬิกาทั้งโลกต้องหมุนทางนี้ เรื่องนี้ค่อยๆ กลายเป็นธรรมเนียมจากอุปกรณ์บอกเวลาที่เก่าแก่กว่านาฬิกาจักรกลหลายพันปี นั่นคือ “นาฬิกาแดด”
ลองปักไม้ตั้งตรงลงบนพื้นในซีกโลกเหนือ แล้วสังเกตเงาตั้งแต่เช้าถึงเย็น ช่วงเช้าเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ทางตะวันออก เงาจะทอดไปอีกด้าน จากนั้นตำแหน่งเงาจะค่อยๆ เคลื่อนรอบแกน เมื่อดวงอาทิตย์เดินทางผ่านท้องฟ้า จนเกิดทิศการเคลื่อนแบบเดียวกับที่ทุกวันนี้เรียกว่า clockwise
NASA อธิบายการทำงานของนาฬิกาแดดไว้ตรงกันว่า ในซีกโลกเหนือเงาของแท่งจะหมุนรอบฐานในทิศเดียวกับเข็มนาฬิกาสมัยใหม่ นี่จึงเป็นร่องรอยสำคัญว่าทำไมคนทำเครื่องบอกเวลาในยุโรปยุคกลางถึงเลือกทิศนี้
ก่อนนาฬิกาจักรกลจะแพร่หลาย ผู้คนคุ้นกับการดูเวลาโดยอาศัยดวงอาทิตย์มานานมาก เวลาเที่ยงก็สัมพันธ์กับตำแหน่งดวงอาทิตย์และเงาที่ชี้ไปตามแนวหนึ่งบนหน้าปัด เมื่อต้องสร้างเครื่องจักรที่เลียนแบบการเดินของเวลา การทำให้ตัวชี้เคลื่อนเหมือนเงาบนนาฬิกาแดดจึงเป็นทางเลือกที่ดูธรรมชาติสำหรับคนสมัยนั้น
ช่วงปลายยุคกลาง นาฬิกาจักรกลขนาดใหญ่เริ่มปรากฏตามหอคอยและอาคารในยุโรป แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับนาฬิกาข้อมือแบบทุกวันนี้ด้วยซ้ำ นาฬิกายุคแรกจำนวนมากมีเพียงเข็มชั่วโมง เพราะความเที่ยงตรงยังไม่มากพอที่จะต้องแสดงนาทีละเอียดๆ เข็มนาทีค่อยกลายเป็นของธรรมดาในเวลาต่อมา
พอช่างนาฬิกาหลายแห่งสร้างหน้าปัดในทิศเดียวกัน คนก็เริ่มคุ้น เมืองหนึ่งเห็นแบบนี้ อีกเมืองทำตาม ช่างรุ่นหลังรับรูปแบบต่อจากรุ่นก่อน จนสิ่งที่เคยเป็นเพียงธรรมเนียมกลายเป็นมาตรฐานโดยแทบไม่มีใครต้องออกกฎบังคับ
จุดพลิกที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนุกขึ้นไปอีกคือ ถ้าประวัติศาสตร์นาฬิกาจักรกลเริ่มต้นและแพร่หลายจากซีกโลกใต้ ผลอาจกลับกันทั้งหมด
เพราะนาฬิกาแดดในซีกโลกใต้มีพฤติกรรมตรงข้ามกับแบบในซีกโลกเหนือ เนื่องจากเส้นทางปรากฏของดวงอาทิตย์สัมพันธ์กับตำแหน่งผู้สังเกตคนละด้านของโลก เงาจึงเคลื่อนรอบหน้าปัดอีกทิศหนึ่ง
ลองจินตนาการว่าศูนย์กลางการพัฒนานาฬิกาจักรกลยุคแรกเกิดขึ้นในออสเตรเลีย แอฟริกาตอนใต้ หรืออเมริกาใต้แทนยุโรป แล้วช่างเลือกเลียนแบบนาฬิกาแดดท้องถิ่น สิ่งที่ทุกวันนี้เรียกว่า “ทวนเข็มนาฬิกา” อาจกลายเป็นทิศปกติ ส่วนทิศที่คุ้นเคยอาจถูกเรียกว่า “ย้อนเข็ม” ซะงั้น
นี่ทำให้เห็นว่า clockwise ไม่ใช่กฎของธรรมชาติ โลกไม่ได้หมุนตามเข็มนาฬิกาเพราะนาฬิกากำหนด และเฟืองก็ไม่ได้ทำงานได้ดีกว่าเมื่อหมุนทิศนี้ กลไกสามารถออกแบบให้เข็มหมุนอีกทางได้สบาย ปัจจุบันก็มีนาฬิกาหน้าปัดกลับด้านและนาฬิกาที่เดินทวนเข็มขายอยู่จริง เพียงแต่อ่านยากในช่วงแรกเพราะสมองถูกฝึกกับรูปแบบเดิมมาตลอด
ดังนั้นถ้าถามว่าใครเป็นคนเริ่มคนแรก คงระบุชื่อคนเดียวไม่ได้ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ได้ชี้ไปที่นักประดิษฐ์คนใดที่ตั้งมาตรฐานนี้โดยเฉพาะ มันน่าจะเกิดจากช่างทำนาฬิกาจักรกลในยุโรปยุคกลางรับรูปแบบที่มนุษย์คุ้นเคยจากนาฬิกาแดดในซีกโลกเหนือ แล้วรูปแบบนั้นค่อยๆ แพร่ไปพร้อมกับเทคโนโลยีนาฬิกา
ของธรรมดาที่อยู่บนผนังทุกบ้านจึงซ่อนประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์เอาไว้เต็มๆ แค่บรรพบุรุษของนาฬิกาจักรกลพัฒนาขึ้นอีกซีกโลกหนึ่ง ทิศการหมุนที่สมองรู้สึกว่า “ถูกต้องโดยธรรมชาติ” ในวันนี้ก็อาจเป็นอีกทางไปเลย
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
7 บทเพลงไวรัลยุคโบราณ! เพลงงานวัดที่เปิดเมื่อไหร่ คนก็ลุกขึ้นรำวงเมื่อนั้น
รู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้
5 ไอเทมป้องกันความร้อนให้บ้านแบบโบราณ! ภูมิปัญญาเก่าที่ช่วยบ้านเย็นลงได้ 3-5 องศา
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
โรงเรียนชายล้วนแห่งแรกของไทยคือที่ไหน? ย้อนดูจุดเริ่มต้นโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย



