หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเวลาฝัน ร่างกายถึงถูกสั่งล็อก ไม่ให้แขนขาขยับตามเรื่องในฝัน

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เคยฝันว่ากำลังวิ่งสุดแรง กระโดดหนีอะไรสักอย่าง หรือยกมือปัดสิ่งที่พุ่งเข้ามา แต่พอตื่นขึ้นมากลับพบว่าร่างกายนอนอยู่แทบจะตำแหน่งเดิมไหม ทั้งที่ในฝันเหมือนแขนขาทำงานกันวุ่นวายมาก

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากร่างกายขี้เกียจตอบสนอง แต่สมองมีระบบหนึ่งที่คอยลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเอาไว้โดยเฉพาะ และระบบนี้ทำงานเด่นมากในช่วงการนอนที่เรียกว่า REM sleep หรือช่วง Rapid Eye Movement ซึ่งเป็นช่วงที่ความฝันมักมีภาพ เรื่องราว และอารมณ์ค่อนข้างชัด

ชื่อของสภาพที่เกิดขึ้นคือ REM atonia คำว่า atonia หมายถึงภาวะที่กล้ามเนื้อสูญเสียความตึงตัวชั่วคราว พูดง่ายๆ คือสมองยังสร้างฉากฝันได้เต็มที่ แต่คำสั่งที่จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนใหญ่ขยับตามเรื่องในฝันถูกกดเอาไว้

ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะตอน REM สมองไม่ได้สงบเหมือนเครื่องที่ปิดอยู่ กิจกรรมทางสมองหลายส่วนกลับคึกคักเสียด้วยซ้ำ ตากลอกไปมาอย่างรวดเร็ว การหายใจและชีพจรอาจแปรผัน ส่วนสมองที่เกี่ยวกับภาพ ความจำ และอารมณ์ก็ทำงาน จึงเกิดประสบการณ์ประมาณว่า ในหัวกำลังวิ่ง แต่ตัวจริงยังนอนอยู่บนเตียง

ตัวการสำคัญอยู่ในวงจรประสาทบริเวณก้านสมอง ระบบประสาทจะส่งสัญญาณลงไปกดเซลล์ประสาทสั่งการที่ไขสันหลัง ทำให้คำสั่งจากสมองเดินทางไปถึงกล้ามเนื้อแขนขาได้ยากมากขึ้น สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเบรกระบบนี้มีทั้ง GABA และ glycine ซึ่งช่วยยับยั้งการทำงานของเซลล์ประสาทสั่งการ

ลองนึกภาพว่าความฝันเป็นภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ในสมอง ส่วนกล้ามเนื้อเป็นนักแสดงที่พร้อมทำตามบท REM atonia ก็คล้ายเจ้าหน้าที่ที่ปิดประตูไม่ให้นักแสดงออกจากหลังเวที ต่อให้ในหนังมีฉากต่อสู้ วิ่ง กระโดด หรือเตะอะไรสักอย่าง ร่างกายจริงจึงไม่จำเป็นต้องเล่นตามทุกฉาก

แน่นอนว่าคำว่า 'ล็อก' ไม่ได้หมายความว่าร่างกายหยุดทำงานทั้งหมด กล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อชีวิตยังต้องทำงานต่อ เช่น กล้ามเนื้อที่ใช้หายใจ และดวงตาก็ยังเคลื่อนไหวได้จนกลายเป็นที่มาของชื่อ Rapid Eye Movement นอกจากนี้อาจมีการกระตุกเล็กๆ ของนิ้ว มือ ใบหน้า หรือขาเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวได้

ระบบนี้มีประโยชน์ค่อนข้างชัด ลองสมมติว่าไม่มีมัน แล้วฝันว่ากำลังเตะฟุตบอล ขาอาจเตะออกไปจริงๆ ฝันว่ากำลังวิ่งหนี ร่างกายอาจพยายามลุกจากเตียง ฝันว่ากำลังป้องกันตัว มือก็อาจเหวี่ยงไปโดนคนที่นอนข้างๆ ได้ การแยก 'การเคลื่อนไหวในฝัน' ออกจาก 'การเคลื่อนไหวของร่างกายจริง' จึงช่วยให้ช่วงนอนหลับปลอดภัยขึ้นมาก

และมีภาวะที่ทำให้เห็นความสำคัญของระบบนี้ชัดเจนมาก คือ REM Sleep Behavior Disorder หรือ RBD ผู้ที่มีภาวะนี้สูญเสียการกดกล้ามเนื้อตามปกติในช่วง REM ทำให้สามารถแสดงพฤติกรรมตามความฝันออกมาจริง เช่น พูด ตะโกน เหวี่ยงแขน เตะ หรือพยายามลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว

จุดที่ควรแยกให้ออกคือ RBD ไม่เหมือนกับการละเมอเดินทั่วไป เพราะการละเมอเดินมักเกิดในช่วงการนอนแบบ Non-REM ขณะที่ RBD เกิดจากระบบกดกล้ามเนื้อในช่วง REM ทำงานผิดปกติ จึงเห็นพฤติกรรมเหมือนกำลังเล่นตามเนื้อเรื่องของความฝัน

อีกด้านหนึ่งของเรื่องนี้คือ ผีอำ หรือ sleep paralysis ซึ่งแทบจะเป็นสถานการณ์กลับขั้วกัน ตอนหลับ ระบบ REM atonia มีหน้าที่ช่วยไม่ให้ร่างกายเคลื่อนไหว แต่บางครั้งสมองส่วนที่ทำให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนที่ระบบกดกล้ามเนื้อจะยกเลิกเต็มที่ ผลคือรู้สึกว่าตื่นแล้ว มองเห็นห้องแล้ว แต่แขนขากลับขยับไม่ได้ชั่วคราว

นี่จึงอธิบายความรู้สึกประหลาดของผีอำได้ส่วนหนึ่ง เพราะในช่วงไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาทีนั้น สมองเหมือนเข้าสู่โหมดตื่นแล้ว แต่ร่างกายบางส่วนยังค้างอยู่ในกติกาของ REM จนกว่าวงจรควบคุมกล้ามเนื้อจะกลับมาเป็นปกติ

ส่วนคำถามว่า REM atonia มีขึ้นมา 'เพื่อป้องกันการทำตามความฝันโดยตรงหรือเปล่า' ทางวิทยาศาสตร์ต้องระวังการสรุปแบบมีจุดประสงค์ตายตัว เพราะระบบการนอนและวงจรควบคุมกล้ามเนื้อวิวัฒน์ร่วมกันมายาวนาน สิ่งที่บอกได้ชัดคือ ในมนุษย์ปกติ REM มีลักษณะเด่นคือกล้ามเนื้อโครงร่างส่วนใหญ่มีความตึงตัวต่ำมาก และเมื่อกลไกนี้หายไป ก็สามารถเกิดพฤติกรรมแสดงความฝันออกมาจริงได้

ถ้าคืนไหนฝันว่ากำลังวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ตื่นมาแล้วผ้าห่มยังอยู่ดี เตียงยังไม่พัง และขาไม่ได้วิ่งไปไหน นั่นไม่ใช่เพราะสมองส่งฉากฝันมาไม่ถึงร่างกาย แต่เป็นเพราะสมองมีอีกระบบคอยเบรกคำสั่งการเคลื่อนไหวไว้พร้อมกัน

พูดแบบเห็นภาพที่สุดก็คือ ตอนฝันสมองสามารถสร้างโลกทั้งใบขึ้นมาได้ แต่ก่อนปล่อยให้ร่างกายเข้าไปเล่นในโลกนั้นจริงๆ ก้านสมองจะปิดสวิตช์กล้ามเนื้อส่วนใหญ่เอาไว้ชั่วคราว จึงเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ ที่สมองกำลังวิ่ง กระโดด หรือเหาะอยู่เต็มที่ ขณะที่ร่างกายจริงยังนอนนิ่งอยู่บนหมอนนั่นเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 63 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ไอเทมป้องกันความร้อนให้บ้านแบบโบราณ! ภูมิปัญญาเก่าที่ช่วยบ้านเย็นลงได้ 3-5 องศาโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย7 บทเพลงไวรัลยุคโบราณ! เพลงงานวัดที่เปิดเมื่อไหร่ คนก็ลุกขึ้นรำวงเมื่อนั้น7 คันเบ็ดตกปลาโบราณ สายเรโทรยอมทุ่มเงินซื้อ! ยิ่งเก่า ยิ่งหายาก ยิ่งมีเรื่องราวโรงเรียนชายล้วนแห่งแรกของไทยคือที่ไหน? ย้อนดูจุดเริ่มต้นโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเช็กด่วน ! ข่าวบัตรสวัสดิการแจก 10,000 บาท ก.ย. 69 จริงหรือ ? ก่อนเชื่อควรรู้อะไรส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิมรู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด English Edition
Why Cats Quiver Their Tails When They Greet YouIs It Jealousy or Resource Competition Between Pets?Why a Dog’s Energy Level May Matter More Than LooksWhy Dogs Kick the Ground After Pooping
ตั้งกระทู้ใหม่