หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมของสีแดงดูมืดลงก่อนสีน้ำเงิน เมื่อสายตาต้องมองในที่แสงน้อย

เขียนโดย nantana

เคยสังเกตไหมว่า ตอนกลางวันเสื้อสีแดงสดกับของสีน้ำเงินอาจดูสว่างพอๆ กัน แต่พอหรี่ไฟจนห้องมืด สีแดงกลับเหมือนถูกลดความสว่างลงฮวบ ส่วนสีน้ำเงินหรือเขียวอมฟ้ายังดูเด่นกว่าอยู่พักหนึ่ง ทั้งที่วัตถุก็ชิ้นเดิม สีไม่ได้เปลี่ยน และไม่ได้มีใครแอบปรับไฟเฉพาะฝั่งสีแดงด้วย

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากสีแดงมีพลังงานหายไปในความมืด แต่เกิดจากดวงตาเปลี่ยนชุดเซลล์ที่ใช้มองโลก

ตอนมีแสงเยอะ เราใช้เซลล์รับแสงที่เรียกว่า “โคน” หรือ cone เป็นกำลังหลัก เซลล์กลุ่มนี้แยกความแตกต่างของช่วงคลื่นต่างๆ ได้ดี จึงทำให้เห็นสีแดง เขียว น้ำเงิน และเฉดสีสารพัดค่อนข้างชัด ภาพที่เห็นกลางวันจึงเต็มไปด้วยสีและรายละเอียด

แต่เมื่อแสงค่อยๆ ลดลง เซลล์โคนเริ่มทำงานได้ลำบาก เพราะต้องการแสงมากกว่า อีกระบบหนึ่งที่ชื่อว่า “ร็อด” หรือ rod จึงเข้ามารับหน้าที่หนักขึ้น ร็อดไวต่อแสงมาก สามารถช่วยให้มองเห็นรูปร่าง การเคลื่อนไหว และความสว่างในสภาพที่แสงน้อยมากได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือ มันไม่ได้เก่งเรื่องแยกสีแบบโคน

จุดน่าสนใจอยู่ตรงความไวต่อความยาวคลื่นของร็อด ร็อดตอบสนองต่อแสงช่วงเขียวอมฟ้าค่อนข้างดี โดยความไวสูงสุดอยู่แถวประมาณ 507 นาโนเมตร แต่ตอบสนองต่อแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นมากกว่านั้นได้ไม่ดีเท่า เมื่อดวงตาเริ่มพึ่งร็อดมากขึ้น สมองจึงได้รับสัญญาณจากวัตถุสีแดงน้อยลงเมื่อเทียบกับวัตถุสีน้ำเงินหรือเขียวอมฟ้า ผลคือสีแดงดูมืดลงเร็วกว่านั่นเอง

ปรากฏการณ์นี้มีชื่อว่า “Purkinje shift” หรือบางครั้งเรียก Purkinje effect ตั้งชื่อตาม Jan Evangelista Purkyn นักสรีรวิทยาชาวเช็กที่สังเกตว่าความสว่างที่มนุษย์รับรู้จากสีต่างๆ เปลี่ยนไปตามระดับแสง

ลองนึกภาพดอกไม้สีแดงกับใบไม้สีเขียว ตอนกลางวันดอกสีแดงอาจสะดุดตาสุด แต่ช่วงพลบค่ำ สีแดงจะเริ่มหม่นคล้ำ ขณะที่ใบไม้หรือวัตถุโทนเขียวอมฟ้าอาจดูสว่างขึ้นเมื่อเทียบกัน ไม่ใช่เพราะใบไม้สร้างแสงเพิ่ม แต่เพราะระบบการมองเห็นกำลังเปลี่ยนโหมด

ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เรียกว่า mesopic vision เป็นสภาพที่ทั้งเซลล์โคนและร็อดช่วยกันทำงาน มักเกิดช่วงโพล้เพล้ ถนนที่มีไฟสลัว หรือห้องที่ปิดไฟแต่ยังมีแสงลอดเข้ามาเล็กน้อย ช่วงนี้เองที่ Purkinje shift สังเกตได้ง่ายมาก เพราะสียังไม่หายหมด แต่ความสว่างของแต่ละสีเริ่มสลับลำดับกันแล้ว

ถ้ามืดลงไปอีกจนเข้าสู่ scotopic vision ร็อดจะกลายเป็นระบบหลักแทบทั้งหมด ตอนนั้นความสามารถในการแยกสีจะลดลงมาก โลกเลยค่อยๆ กลายเป็นภาพโทนเทา ไม่ใช่ว่าสีของวัตถุหายไป แต่สมองไม่มีข้อมูลจากเซลล์โคนมากพอจะบอกได้ว่าสิ่งนั้นควรเป็นสีอะไร

นี่ช่วยอธิบายประสบการณ์อีกอย่างที่หลายคนน่าจะเคยเจอ เวลาเดินออกจากห้องสว่างไปยังบริเวณมืด ช่วงแรกแทบมองอะไรไม่เห็น แต่ผ่านไปสักพักเริ่มเห็นโต๊ะ ประตู หรือสิ่งของต่างๆ ชัดขึ้น กระบวนการนี้เรียกว่า dark adaptation ดวงตากำลังปรับระบบให้ร็อดทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นนั่นเอง

เรื่องสีแดงกับการมองกลางคืนยังถูกนำไปใช้จริงด้วย เช่น ในงานดาราศาสตร์หรือสถานการณ์ที่ต้องรักษาความสามารถในการมองในความมืด มักนิยมใช้ไฟสีแดงอ่อน เพราะร็อดมีความไวต่อแสงแดงต่ำกว่าแสงช่วงสั้น การเปิดไฟแดงในระดับที่เหมาะสมจึงรบกวนการปรับตัวเข้าสู่ความมืดน้อยกว่าไฟขาวหรือไฟที่มีองค์ประกอบสีน้ำเงินมาก

มีจุดหนึ่งที่ควรแยกให้ชัดด้วยว่า “สีน้ำเงินดูสว่างกว่าในที่มืด” ไม่ได้หมายความว่าสีน้ำเงินทุกชนิดจะสว่างกว่าสีแดงเสมอ ความสว่างจริงยังขึ้นกับวัสดุ แสงที่ส่องวัตถุ ความเข้มของสี การสะท้อนแสง และสภาพแวดล้อม แต่ถ้าเปรียบเทียบสีภายใต้เงื่อนไขใกล้เคียงกัน แนวโน้มที่สีแดงจะดูมืดลงเมื่อแสงลดลงเป็นผลจากระบบร็อด-โคนของดวงตาโดยตรง

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ความรู้สึกว่า “กลางคืนทุกอย่างดูอมฟ้า” ในชีวิตจริงไม่ได้เกิดจาก Purkinje shift เพียงอย่างเดียว แสงจากดวงจันทร์ ไฟถนน หลอด LED รวมถึงวิธีที่สมองปรับสมดุลสีล้วนมีส่วน แต่การที่สายตาไวต่อช่วงคลื่นสั้นขึ้นเมื่อแสงน้อยถือเป็นพื้นฐานทางสรีรวิทยาชิ้นสำคัญ

สรุปแบบเห็นภาพง่ายๆ กลางวันเหมือนดวงตาเปิดโหมดดูหนังสี ใช้เซลล์โคนเป็นหลัก พอตกค่ำระบบค่อยๆ เปลี่ยนไปใช้เซลล์ร็อด ซึ่งไวต่อแสงมากกว่าแต่ชอบช่วงเขียวอมฟ้ามากกว่าสีแดง สีแดงจึงเหมือนถูกลดไฟก่อนเพื่อน ส่วนสีน้ำเงินและเขียวอมฟ้ายังพอเด่นอยู่ จนเมื่อมืดมากพอ สีแทบทั้งหมดก็จางหาย เหลือเพียงความสว่าง รูปร่าง และการเคลื่อนไหวให้สมองใช้เอาตัวรอดในความมืด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 74 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ไอเทมป้องกันความร้อนให้บ้านแบบโบราณ! ภูมิปัญญาเก่าที่ช่วยบ้านเย็นลงได้ 3-5 องศารู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร7 บทเพลงไวรัลยุคโบราณ! เพลงงานวัดที่เปิดเมื่อไหร่ คนก็ลุกขึ้นรำวงเมื่อนั้น7 คันเบ็ดตกปลาโบราณ สายเรโทรยอมทุ่มเงินซื้อ! ยิ่งเก่า ยิ่งหายาก ยิ่งมีเรื่องราวอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยรู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำโรงเรียนชายล้วนแห่งแรกของไทยคือที่ไหน? ย้อนดูจุดเริ่มต้นโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษเช็กด่วน ! ข่าวบัตรสวัสดิการแจก 10,000 บาท ก.ย. 69 จริงหรือ ? ก่อนเชื่อควรรู้อะไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด English Edition
Why Cats Quiver Their Tails When They Greet YouIs It Jealousy or Resource Competition Between Pets?Why a Dog’s Energy Level May Matter More Than LooksWhy Dogs Kick the Ground After Pooping
ตั้งกระทู้ใหม่