หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

6 สิ่งประดิษฐ์จากความล้มเหลวทางวัสดุศาสตร์ ที่พลาดเป้าแต่กลับใช้ได้ทั่วโลก

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

ของที่ดูเหมือนทดลองพลาด บางชิ้นกลับกลายเป็นวัสดุที่โลกขาดไม่ได้

ลองมองของใกล้ตัวสักรอบ กระจกหน้ารถ ช้อนส้อมสเตนเลส ยางรถยนต์ กาวตราช้าง กระดาษโน้ตแปะได้ หรือชามแก้วทนร้อน ทั้งหมดดูเหมือนเกิดจากแผนที่แม่นยำตั้งแต่ต้น แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยตัวอย่างที่เหนียวเกินไป อ่อนเกินไป ร้อนเกินกำหนด หรือไม่ยอมผุกร่อนตามที่คาด จุดสนุกของวัสดุศาสตร์จึงไม่ใช่แค่สร้างของให้ตรงสูตร แต่คือการสังเกตว่า “ความผิดปกติ” กำลังบอกอะไร 1. ยางวัลคาไนซ์ จากยางดิบที่ใช้งานแทบไม่ได้ ยางธรรมชาติเคยมีปัญหาใหญ่ พออากาศร้อนก็เหนียวและเสียรูป พอหนาวก็แข็งเปราะ ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ลองผสมสารหลายแบบอยู่นาน จนปี 1839 มีส่วนผสมของยาง กำมะถัน และสารประกอบตะกั่วตกลงบนเตาร้อน แทนที่จะละลายเละ ส่วนผสมนั้นกลับคงรูปและยืดหยุ่น การให้ความร้อนทำให้กำมะถันสร้างพันธะเชื่อมระหว่างสายโซ่พอลิเมอร์ ยางจึงทนร้อน ทนเย็น และคืนรูปดีขึ้น นี่คือฐานของยางรถยนต์ ซีล สายพาน และของใช้ยางอีกนับไม่ถ้วน ความล้มเหลวตรงนี้ไม่ใช่แค่ทำของหก แต่คือการเจอวิธีควบคุมโครงสร้างระดับโมเลกุลโดยบังเอิญระหว่างการทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก 2. กระจกนิรภัย จากขวดทดลองที่ตกแล้วไม่กระจาย ปี 1903 นักเคมีฝรั่งเศส เอดูอาร์ เบเนดิกตุส ทำขวดแก้วที่เคยมีเซลลูโลสไนเตรตตกพื้น ขวดแตกร้าว แต่เศษยังเกาะกันเป็นทรง เพราะฟิล์มพอลิเมอร์บางๆ เคลือบอยู่ด้านใน เหตุการณ์นี้กลายเป็นแนวคิดของกระจกลามิเนต วางชั้นพลาสติกไว้ระหว่างแผ่นกระจก เมื่อกระจกแตก ชั้นกลางจะช่วยยึดเศษไม่ให้พุ่งกระจาย ทุกวันนี้หลักการเดียวกันอยู่ในกระจกหน้ารถและกระจกอาคารหลายชนิด จุดสำคัญไม่ใช่ “กระจกไม่แตก” แต่คือแตกแล้วควบคุมเศษได้ วัสดุที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องแข็งที่สุด แต่ออกแบบวิธีพังให้ปลอดภัยขึ้นได้ 3. สเตนเลส จากเหล็กทดลองที่กัดผิวไม่เข้า แฮร์รี เบรียร์ลีย์กำลังหาเหล็กที่ทนการสึกกร่อนจากความร้อนในลำกล้อง ช่วงปี 1913 มีการทดลองเติมโครเมียมหลายสัดส่วน ตัวอย่างหนึ่งมีโครเมียมราว 12.8 เปอร์เซ็นต์และคาร์บอนราว 0.24 เปอร์เซ็นต์ แล้วกลับทนกรดและการเกิดสนิมได้ดีผิดคาด เรื่องเล่าบางฉบับบอกว่าตัวอย่างถูกทิ้งไว้ในกองเศษเหล็ก ก่อนสังเกตว่ามันไม่ขึ้นสนิม แต่สมาคมสเตนเลสของอังกฤษเตือนว่ารายละเอียดส่วนนี้อาจถูกแต่งเติม สิ่งที่ยืนยันได้คือการค้นพบคุณสมบัติต้านการกัดกร่อนระหว่างงานที่ตั้งเป้าเรื่องการสึกของลำกล้อง โครเมียมสร้างฟิล์มออกไซด์บางมากบนผิว คอยป้องกันเนื้อเหล็กด้านล่าง จึงต่อยอดมาเป็นช้อนส้อม เครื่องมือแพทย์ ถังอาหาร และอุปกรณ์โรงงาน 4. ซูเปอร์กลู จากสารที่เหนียวจนใช้กับเลนส์ไม่ได้ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง แฮร์รี คูเวอร์และทีมกำลังหาพลาสติกใสสำหรับอุปกรณ์เล็ง แต่สารไซยาโนอะคริเลตกลับติดเครื่องมือและพื้นผิวแทบทุกอย่าง จึงถูกพักไว้เพราะ “เหนียวเกินงาน” หลายปีต่อมา สารกลุ่มเดิมถูกหยิบมาทดสอบอีกครั้ง และคราวนี้ความติดเร็วกลายเป็นจุดขาย ความชื้นเล็กน้อยบนพื้นผิวก็เริ่มปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน ทำให้กาวแข็งตัวในเวลาไม่นาน ซูเปอร์กลูเชิงพาณิชย์ออกสู่ตลาดในปี 1958 บทเรียนชัดมาก คุณสมบัติที่แย่ในโจทย์หนึ่ง อาจยอดเยี่ยมในอีกโจทย์หนึ่ง ปัญหาไม่ใช่วัสดุเสมอไป แต่อาจเป็นคำถามที่ใช้ตัดสินมัน 5. กระดาษโน้ตติดซ้ำ จากกาวที่อ่อนเกินมาตรฐาน ปี 1968 สเปนเซอร์ ซิลเวอร์ นักวิทยาศาสตร์ของทรีเอ็ม พยายามพัฒนากาวแรงสูง แต่กลับได้อนุภาคกาวทรงกลมขนาดเล็กที่ติดพอประมาณ ลอกออกได้ และยังติดซ้ำได้ มันดูเหมือนผลงานไม่ถึงเป้าอยู่หลายปี จนเพื่อนร่วมงาน อาร์ต ฟราย ต้องการที่คั่นหนังสือเพลงซึ่งไม่หล่นและไม่ทำลายกระดาษ เมื่อนำกาวอ่อนนี้ไปเคลือบกระดาษ ปัญหาสองเรื่องจึงประกบกันพอดี กำเนิดเป็นกระดาษโน้ตโพสต์-อิท ของชิ้นนี้สอนว่า “กาวดี” ไม่ได้แปลว่าต้องติดแน่นที่สุดเสมอ บางงานต้องการแรงยึดที่พอดีและควบคุมการลอกได้ 6. ไพโรเซแรมและภาชนะทนร้อน จากเตาที่ร้อนเกินคำสั่ง ช่วงทศวรรษ 1950 โดนัลด์ สตูกี แห่งคอร์นิงกำลังอบแก้วไวแสงที่ประมาณ 600 องศาเซลเซียส แต่ตัวควบคุมเตาค้าง ทำให้อุณหภูมิพุ่งไปราว 900 องศาเซลเซียส คาดกันว่าตัวอย่างควรละลายเสียหาย แต่กลับกลายเป็นแผ่นทึบ แข็ง และไม่เสียรูป นั่นคือก้าวสำคัญของวัสดุแก้วเซรามิก ซึ่งเริ่มจากแก้วแล้วถูกควบคุมให้เกิดผลึกละเอียดภายใน ทำให้ทนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและแข็งแรงกว่ากระจกทั่วไป วัสดุไพโรเซแรมถูกนำไปใช้ทั้งงานเทคนิคและภาชนะคอร์นิงแวร์ เตาที่ทำงานผิดจึงไม่ได้ให้แค่ของเสีย แต่เปิดหมวดวัสดุใหม่ระหว่างแก้วกับเซรามิก

ของที่พังไม่ตรงคาด อาจกำลังบอกคุณสมบัติใหม่ให้คนที่ยอมมองซ้ำ

ทั้งหกเรื่องมีจุดร่วมอยู่ตรงเดียว นักประดิษฐ์ไม่ได้ชนะเพราะโชคอย่างเดียว แต่ชนะเพราะไม่รีบทิ้งผลลัพธ์แปลกๆ วัสดุศาสตร์เต็มไปด้วยคำถามว่า ทำไมมันเหนียว ทำไมมันไม่แตกกระจาย ทำไมกรดกัดไม่เข้า หรือทำไมโดนความร้อนแล้วกลับแข็งขึ้น ความล้มเหลวจึงเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อมีการจดบันทึก เปรียบเทียบ และเปลี่ยนโจทย์ให้ทันสิ่งที่ตัวอย่างกำลังแสดง บางทีนวัตกรรมไม่ได้ซ่อนอยู่ในสูตรใหม่ แต่อยู่ในของที่ทุกคนมองว่า “ผิดสูตร” นั่นละ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 99 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย7 คันเบ็ดตกปลาโบราณ สายเรโทรยอมทุ่มเงินซื้อ! ยิ่งเก่า ยิ่งหายาก ยิ่งมีเรื่องราว5 ไอเทมป้องกันความร้อนให้บ้านแบบโบราณ! ภูมิปัญญาเก่าที่ช่วยบ้านเย็นลงได้ 3-5 องศาแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล7 บทเพลงไวรัลยุคโบราณ! เพลงงานวัดที่เปิดเมื่อไหร่ คนก็ลุกขึ้นรำวงเมื่อนั้นเช็กด่วน ! ข่าวบัตรสวัสดิการแจก 10,000 บาท ก.ย. 69 จริงหรือ ? ก่อนเชื่อควรรู้อะไรมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนรู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด English Edition
Why Cats Quiver Their Tails When They Greet YouIs It Jealousy or Resource Competition Between Pets?Why a Dog’s Energy Level May Matter More Than LooksWhy Dogs Kick the Ground After Pooping
ตั้งกระทู้ใหม่