ทำไมไฟจราจรทั่วโลกจึงใช้สีแดง เหลือง เขียว และใครเป็นคนกำหนดมาตรฐานนี้
สามสีนี้ไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว
มองไฟจราจรทุกวันจนเหมือนเป็นของที่มีมาตั้งแต่โลกสร้างถนน แต่เบื้องหลังสีแดง เหลือง เขียว มีทั้งรถไฟ ตะเกียงแก๊ส ตำรวจกลางสี่แยก นักประดิษฐ์หลายคน และการตกลงระดับนานาชาติปนกันอยู่เต็มไปหมด ที่น่าสนใจคือ ไม่มีใครคนเดียวลุกขึ้นมาประกาศว่า ต่อจากนี้ทั้งโลกต้องใช้สามสีนี้ แล้วทุกประเทศก็ทำตามทันที เรื่องมันค่อยๆ พัฒนาจากของที่ใช้ได้จริง แล้วกลายเป็นภาษากลางของถนนทีละขั้น ต้นทางต้องย้อนออกจากถนนไปหา ทางรถไฟในศตวรรษที่ 19 ก่อน รถไฟวิ่งเร็ว เบรกช้า และหลบกันไม่ได้ จึงต้องมีสัญญาณที่เห็นไกลและตีความได้ทันที สีแดงถูกใช้กับความหมายอันตรายหรือหยุดมานาน ส่วนสีสำหรับทางโล่งและระวังเคยแตกต่างกันไปตามแต่ละระบบ บางแห่งเคยใช้สีขาวเป็นทางโล่งและสีเขียวเป็นคำเตือน ก่อนมาตรฐานจะค่อยๆ เปลี่ยนจนสีเขียวรับหน้าที่ให้ผ่าน และสีเหลืองหรือสีอำพันรับหน้าที่เตือน พอการจราจรบนถนนในลอนดอนเริ่มวุ่นวาย วิศวกรรถไฟชื่อ จอห์น พีก ไนต์ จึงนำแนวคิดสัญญาณรถไฟมาปรับใช้ หน้าอาคารรัฐสภาอังกฤษเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1868 อุปกรณ์นั้นยังไม่ใช่โคมไฟสามดวงแบบทุกวันนี้ กลางวันใช้แขนสัญญาณคล้ายเซมาฟอร์ กลางคืนใช้ตะเกียงแก๊สสีแดงกับสีเขียว และต้องมีตำรวจคอยหมุนควบคุมเอง ต่อมาตะเกียงเกิดระเบิดจนการทดลองยุติลง แต่แนวคิดสำคัญถูกทิ้งไว้แล้ว นั่นคือ ถนนสามารถสื่อคำสั่งด้วยสีเดียวกับระบบขนส่งที่คนคุ้นเคยได้
แดงหยุด เขียวไป ยังขาดช่วงให้ตั้งตัว
เมื่อรถยนต์เพิ่มจำนวนในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 สัญญาณแดงกับเขียวแบบสลับทันทีเริ่มสร้างปัญหา ลองนึกภาพรถกำลังเข้าใกล้สี่แยกแล้วไฟเปลี่ยนจากไปเป็นหยุดแบบไม่มีช่วงเตือน คนขับต้องเลือกระหว่างเบรกกระชั้นหรือฝ่าเข้าแยก ระบบสองสีจึงขาดเวลาคั่นที่บอกว่า สิทธิในการเคลื่อนกำลังจะเปลี่ยนมือ ปี 1914 เมืองคลีฟแลนด์ติดตั้งสัญญาณไฟฟ้าสีแดงกับเขียวตามแบบของเจมส์ โฮจ ถือเป็นก้าวใหญ่ของไฟจราจรยุคไฟฟ้า แต่หน้าตาที่ใกล้ของปัจจุบันเกิดชัดขึ้นในปี 1920 เมื่อ วิลเลียม พอตส์ ตำรวจจราจรเมืองดีทรอยต์สร้างสัญญาณสี่ทิศทางแบบสามสี โดยเพิ่มไฟสีอำพันไว้ระหว่างเขียวกับแดง โคมนี้ถูกติดตั้งในดีทรอยต์ และแนวคิดสามสีแพร่กว้างจนกลายเป็นมาตรฐานในสหรัฐฯ ช่วงกลางทศวรรษ 1930 ชื่อที่มักถูกยกมาคู่กับไฟจราจรคือ การ์เร็ตต์ มอร์แกน นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้จดสิทธิบัตรสัญญาณสามตำแหน่งในปี 1923 ผลงานของมอร์แกนมีจุดเด่นคือช่วงหยุดทุกทิศทาง เพื่อเคลียร์ทางแยกและช่วยให้คนเดินเท้าข้ามได้ปลอดภัยขึ้น จึงเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ระบบควบคุมจราจร แต่ไม่ใช่ผู้สร้างโคมแดง เหลือง เขียวแบบสี่ทิศทางคนแรก ตำแหน่งนั้นมักยกให้พอตส์ ส่วนไนต์คือผู้บุกเบิกสัญญาณถนนยุคแรก เรื่องนี้เลยไม่ควรถูกย่อเหลือชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วทำไมต้องเป็นสามสีนี้ ไม่เลือกม่วง ฟ้า หรือชมพู คำตอบไม่ได้มีแค่เรื่องจิตวิทยา และไม่ควรสรุปว่าแดงถูกเลือกเพราะมีความยาวคลื่นมากที่สุดเพียงอย่างเดียว คณะกรรมาธิการสากลว่าด้วยการส่องสว่างระบุว่า การมองเห็นไฟสัญญาณขึ้นกับหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งสี ความเข้มของแสง และการกระจายแสง สีแดง ได้เปรียบจากการมีความหมายหยุดหรืออันตรายติดตัวมาก่อนแล้ว สีเหลืองอำพัน แตกต่างจากแดงและเขียวพอจะทำหน้าที่เตือนช่วงเปลี่ยน ส่วน สีเขียว ถูกใช้เป็นคำสั่งให้ผ่านตามธรรมเนียมที่พัฒนามาจากรถไฟ เมื่อผู้ใช้ถนนเรียนความหมายเดียวกันซ้ำๆ สีเหล่านี้ก็กลายเป็นภาษาที่ตอบสนองได้แทบอัตโนมัติ สีอย่างเดียวก็ยังไม่พอ เพราะคนจำนวนหนึ่งแยกแดงกับเขียวได้ยากจากภาวะการมองเห็นสีผิดปกติ มาตรฐานจึงพึ่ง ตำแหน่งของดวงไฟ ร่วมด้วย โคมแนวตั้งวางแดงด้านบน เหลืองตรงกลาง เขียวด้านล่าง ส่วนลูกศร รูปทรง ความสว่าง และลำดับการติดก็ช่วยยืนยันความหมายอีกชั้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการสลับตำแหน่งตามใจชอบถึงไม่ใช่เรื่องตกแต่ง แต่กระทบความปลอดภัยโดยตรง
มาตรฐานโลกเกิดจากการตกลง ไม่ใช่คำสั่งของนักประดิษฐ์คนเดียว
ช่วงต่อมาประเทศต่างๆ ออกคู่มือและกฎหมายของตัวเอง สหรัฐฯ ใช้มาตรฐานอุปกรณ์ควบคุมการจราจร ส่วนระดับนานาชาติมี อนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยป้ายและสัญญาณจราจร ค.ศ. 1968 ภายใต้สหประชาชาติ ซึ่งกำหนดแกนหลักของไฟสามสีว่า แดงห้ามผ่าน เหลืองหรืออำพันเตือนและให้หยุดเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย เขียวอนุญาตให้ผ่าน พร้อมกำหนดลำดับและตำแหน่งของดวงไฟ ประเทศที่ไม่ได้ใช้อนุสัญญานี้โดยตรงก็ยังมีมาตรฐานภายในที่ใช้ความหมายหลักชุดเดียวกัน เพราะการทำสีสวนทางกับประเทศอื่นจะเพิ่มความสับสนทันที ดังนั้นคำตอบของคำถามว่าใครเป็นคนกำหนด จึงต้องตอบเป็นทอดๆ รถไฟสร้างภาษาสีพื้นฐาน ไนต์นำมันลงถนน พอตส์เติมสีเหลืองให้กลายเป็นระบบสามสีสมัยใหม่ มอร์แกนพัฒนาช่วงหยุดทุกทิศทาง แล้วหน่วยงานของแต่ละประเทศกับสหประชาชาติช่วยทำให้ความหมายตรงกันกว้างขึ้น สิ่งที่แขวนอยู่เหนือสี่แยกจึงไม่ใช่แค่หลอดไฟสามดวง แต่มันคือข้อตกลงร่วมที่ผ่านการลองผิดลองถูกกว่าร้อยปี จนคนจากแทบทุกมุมโลกเห็นสีแดงแล้วรู้ว่าต้องหยุดโดยไม่ต้องแปลภาษาเลย
https://www.thehenryford.org/collections/explore/artifact/227457
https://www.history.com/this-day-in-history/august-5/first-electric-traffic-signal-installed
https://highways.dot.gov/highway-history/general-highway-history/safer-stop-and-go-garrett-morgans-traffic-signal-legacy
https://unece.org/DAM/trans/conventn/Conv_road_signs_2006v_EN.pdf
https://www.cie.co.at/publications/light-signals-road-traffic-control
https://www.nei.nih.gov/eye-health-information/eye-conditions-and-diseases/color-blindness
https://www.thestoryoftexas.com/discover/artifacts/railroad-globe-lanterns
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
5 ไอเทมป้องกันความร้อนให้บ้านแบบโบราณ! ภูมิปัญญาเก่าที่ช่วยบ้านเย็นลงได้ 3-5 องศา
7 บทเพลงไวรัลยุคโบราณ! เพลงงานวัดที่เปิดเมื่อไหร่ คนก็ลุกขึ้นรำวงเมื่อนั้น
รู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เช็กด่วน ! ข่าวบัตรสวัสดิการแจก 10,000 บาท ก.ย. 69 จริงหรือ ? ก่อนเชื่อควรรู้อะไร
7 คันเบ็ดตกปลาโบราณ สายเรโทรยอมทุ่มเงินซื้อ! ยิ่งเก่า ยิ่งหายาก ยิ่งมีเรื่องราว
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
โรงเรียนชายล้วนแห่งแรกของไทยคือที่ไหน? ย้อนดูจุดเริ่มต้นโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย



