หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อน้ำส้มสายชูเจอเปลือกไข่ ฟองซ่ากำลังเปลี่ยนเปลือกแข็งเป็นสารอะไรในระดับโมเลกุล

เขียนโดย preechalcpd

เปลือกไม่ได้หายวับ แต่มันถูกเปลี่ยนเป็นสารชุดใหม่


แค่หย่อนไข่ลงในแก้วน้ำส้มสายชู ไม่นานก็เห็นฟองเล็กๆ เกาะเต็มผิวเปลือก บางฟองลอยขึ้นด้านบน บางจุดดูเหมือนผิวไข่กำลังเดือด ทั้งที่แก้วไม่ได้ร้อนเลย ภาพนี้ดูเหมือนของเล่นวิทยาศาสตร์ในครัว แต่เบื้องหลังคือปฏิกิริยาเคมีที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแบบชัดมาก

ตัวเอกฝั่งเปลือกไข่คือ แคลเซียมคาร์บอเนต หรือ CaCO3 เปลือกไข่ส่วนใหญ่สร้างจากผลึกของสารนี้ ส่วนตัวเอกฝั่งน้ำส้มสายชูคือกรดอะซิติก หรือ CH3COOH ซึ่งเป็นกรดอ่อนที่ทำให้น้ำส้มสายชูมีกลิ่นและรสเปรี้ยว เมื่อสองอย่างแตะกัน ไอออนไฮโดรเจนจากกรดจะเข้าไปรบกวนโครงสร้างคาร์บอเนตในเปลือก เกิดการจัดเรียงอะตอมใหม่ แล้วปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ฟองที่เห็นจึงไม่ใช่อากาศเก่าที่ติดอยู่ตามผิว แต่เป็นก๊าซที่เพิ่งเกิดจากปฏิกิริยา

CaCO3 + 2CH3COOH → Ca(CH3COO)2 + H2O + CO2↑


สมการนี้อ่านแบบภาษาครัวได้ว่า แคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกไข่รวมกับกรดอะซิติก กลายเป็นแคลเซียมอะซิเตตที่อยู่ในของเหลว น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พอสารแข็งถูกเปลี่ยนไปทีละน้อย ผิวเปลือกจึงบางลง ขรุขระขึ้น แล้วค่อยๆ หายไป ไม่ใช่การละลายแบบน้ำตาลหายเข้าไปเฉยๆ เพราะมีสารใหม่และก๊าซใหม่เกิดขึ้นจริง

จุดที่น่าสนใจคือฟองมักเกาะเปลือกก่อนลอยขึ้น เหตุผลหนึ่งมาจากผิวเปลือกมีรูพรุนและตำหนิเล็กจิ๋ว จุดเหล่านี้ช่วยให้ฟองก๊าซเริ่มก่อตัวได้ง่าย พอฟองโตจนแรงลอยตัวมากพอ ก็หลุดจากผิวแล้วลอยขึ้นด้านบน ถ้าบดเปลือกให้ชิ้นเล็ก ปฏิกิริยาจะดูคึกคักกว่าเดิม เพราะพื้นที่ผิวที่สัมผัสกรดเพิ่มขึ้น กรดจึงเข้าถึงแคลเซียมคาร์บอเนตได้หลายจุดพร้อมกัน

แล้วทำไมผ่านไปสักพักฟองถึงน้อยลง?
มีได้สองทางหลัก ทางแรกคือกรดอะซิติกถูกใช้ไปจนมีไม่พอสำหรับทำปฏิกิริยาต่อ ทางที่สองคือแคลเซียมคาร์บอเนตบริเวณที่สัมผัสถูกใช้ไปมากแล้ว ถ้าแช่ไข่ทั้งฟองในน้ำส้มสายชูปริมาณน้อย ของเหลวอาจอ่อนกำลังลงก่อนเปลือกหายหมด การเปลี่ยนน้ำส้มสายชูใหม่หลังหนึ่งวันจึงทำให้ฟองกลับมาและช่วยให้เปลือกสลายต่อได้เร็วขึ้น

เมื่อเปลือกแข็งหายไป สิ่งที่ยังหุ้มไข่อยู่คือเยื่อเปลือกไข่บางๆ ซึ่งสร้างจากโปรตีน เยื่อนี้ไม่ได้ทำจากแคลเซียมคาร์บอเนต จึงไม่หายไปพร้อมเปลือกในเวลาเดียวกัน ผลลัพธ์คือไข่ที่ดูใส นิ่ม และเด้งคล้ายลูกบอลน้ำ แต่คำว่าเด้งต้องระวังมาก เพราะเยื่อบางกว่าที่ตาเห็น ตกจากระยะนิดเดียวก็แตกได้

หลายครั้งไข่หลังแช่จะดูใหญ่ขึ้นด้วย เรื่องนี้เป็นอีกกระบวนการหนึ่ง ไม่ใช่ส่วนเดียวกับฟองซ่า เมื่อเปลือกหาย เหลือเยื่อที่น้ำและโมเลกุลขนาดเล็กบางชนิดผ่านได้ น้ำจากภายนอกจึงเคลื่อนผ่านเยื่อเข้าไปตามความต่างของความเข้มข้น กระบวนการนี้เรียกว่าออสโมซิส ขนาดไข่ที่เปลี่ยนไปจึงมาจากการเคลื่อนที่ของน้ำ ส่วนเปลือกที่หายไปมาจากปฏิกิริยาระหว่างกรดกับคาร์บอเนต เป็นสองเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องกันในแก้วเดียว

สีของเปลือกไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าฟองจะเกิดหรือไม่
ไม่ว่าจะเปลือกขาวหรือน้ำตาล โครงสร้างแร่หลักยังเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต สีมาจากเม็ดสีที่แม่ไก่ฝากไว้บนหรือในชั้นเปลือก จึงอาจเห็นน้ำส้มสายชูเปลี่ยนสีเล็กน้อย หรือมีเศษสีหลุดออกมาก่อนที่เปลือกทั้งหมดจะหาย แต่แกนของปฏิกิริยายังเหมือนเดิม

ถ้าลองใช้เปลือกไข่ต้มที่ล้างสะอาดแล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงง่ายและควบคุมกลิ่นได้ดีกว่า วางเปลือกในแก้วใส เติมน้ำเปล่าหนึ่งแก้วและน้ำส้มสายชูอีกหนึ่งแก้วเทียบกัน แก้วน้ำแทบไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ส่วนแก้วน้ำส้มสายชูจะเกิดฟองทันที การเทียบแบบนี้ช่วยแยกให้เห็นว่า ตัวเร่งเหตุการณ์ไม่ใช่การเปียกน้ำ แต่เป็นความเป็นกรดของของเหลว

ยังมีรายละเอียดเล็กๆ ที่หลอกตาได้ เช่น คราบขาวขุ่นในแก้วไม่ได้แปลว่าเปลือกทั้งหมดกลายเป็นน้ำทันที บางส่วนอาจเป็นเศษเปลือกละเอียดหรือเยื่อที่หลุดออกมา และกลิ่นน้ำส้มสายชูที่ยังแรงก็ไม่ได้รับประกันว่ากรดยังเหลือพอจะกัดเปลือกต่อเต็มที่ เพราะจมูกตรวจกลิ่นได้แม้มีกรดเหลือในระดับต่ำกว่าตอนเริ่มต้น

ฟองคือหลักฐาน เปลือกที่บางลงคือผล และเยื่อใสคือสิ่งที่เหลือ


การทดลองแก้วเล็กนี้จึงรวมหลายเรื่องไว้พร้อมกัน ทั้งโครงสร้างผลึก ปฏิกิริยากรดกับคาร์บอเนต การเกิดก๊าซ พื้นที่ผิว อัตราการเกิดปฏิกิริยา และออสโมซิส เห็นเพียงไข่หนึ่งฟองกับของใช้ในครัว แต่กำลังดูอะตอมเปลี่ยนคู่ จับกลุ่มใหม่ แล้วเปลี่ยนของแข็งให้กลายเป็นสารละลาย น้ำ และก๊าซต่อหน้าต่อตา

ทำเสร็จแล้วไม่ควรนำไข่มากิน เพราะผ่านการแช่และการสัมผัสภายนอกเป็นเวลานาน ควรใช้ภาชนะสะอาด หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำส้มสายชูกระเด็นเข้าตา และล้างมือหลังจับไข่ไร้เปลือก เท่านี้ก็ได้เห็นเคมีแบบซ่าๆ โดยไม่ต้องมีหลอดทดลองเต็มโต๊ะ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร5 ไอเทมป้องกันความร้อนให้บ้านแบบโบราณ! ภูมิปัญญาเก่าที่ช่วยบ้านเย็นลงได้ 3-5 องศาอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย7 คันเบ็ดตกปลาโบราณ สายเรโทรยอมทุ่มเงินซื้อ! ยิ่งเก่า ยิ่งหายาก ยิ่งมีเรื่องราว7 บทเพลงไวรัลยุคโบราณ! เพลงงานวัดที่เปิดเมื่อไหร่ คนก็ลุกขึ้นรำวงเมื่อนั้นเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษรู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทำไมหนังสือบางเล่มถึงมีหน้าว่างทั้งหน้า? มันอาจไม่ได้พิมพ์พลาดตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด English Edition
Why Cats Quiver Their Tails When They Greet YouIs It Jealousy or Resource Competition Between Pets?Why a Dog’s Energy Level May Matter More Than LooksWhy Dogs Kick the Ground After Pooping
ตั้งกระทู้ใหม่